ReadyPlanet.com
dot
dot
รวมลิงค์เวปเพื่อนบ้าน
dot
bulletโรงเรียนเตรียมทหาร
bulletโรงเรียนนายร้อย จปร.
bulletโรงเรียนนายร้อยตำรวจ
bulletโรงเรียนนายเรืออากาศ
bulletโรงเรียนนายเรือ
bulletวิทยาลัยพยาบาลตำรวจ
bulletวิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก
bulletวิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ
bulletวิทยาลัยพยา่บาลกองทัพอากาศ
bulletโรงเรียนนายสิบทหารบก
bulletโรงเรียนชุมพลทหารเรือ
bulletโรงเรียนจ่าอากาศ
bulletโรงเรียนช่างฝีมือทหาร
เตรียมความพร้อมเป็นนักเรียนเตรียมทหาร
ทำไมถึงต้องเป็นนักเรียนเตรียมทหาร
คุณสมบัติผู้สมัครสอบเข้าเตรียมหทาร
เกณฑ์การสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร
สายตากับการสอบเป็นนักเรียนทหารตำรวจ
คุณสมบัติผู้สมัครสอบนายร้อยตำรวจหญิง
การสอบพยาบาลเหล่าทัพ
คุณสมบัติผู้ช่วยพยาบาลทหาร-ตำรวจ
เตรียมสอบนักเรียนนายสิบตำรวจ
เตรียมสอบนักเรียนนายสิบทหารบก
เตรียมสอบนักเรียนจ่าอากาศ
เตรียมสอบนักเรียนจ่าทหารเรือ
เส้นทางสู่ทหารหญิงทุกเหล่าทัพ
เส้นทางสู่นักเรียนช่างฝีมือทหาร


R-Top Cadet Facebook
R-Top Cadet on Twitter
IG to R-top


การเตรียมพร้อมในการสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร article

 

 

 

 

 
 

 

 

 การเตรียมพร้อมในการสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารทั้ง 4 เหล่าทัพ

           น้อง ๆ ที่ตั้งเป้าหมายในชีวิตว่าจะเป็น "รั้วของชาติ" หรือเป็น "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" ก็ต้องติดตามข้อมูลกันอย่างใกล้ชิด เพราะช่วงเวลาของการใกล้จะประกาศรับสมัคร "นักเรียนเตรียมทหาร" ของทั้ง 4 เหล่าทัพคือ ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และตำรวจ นั้นจะประกาศรับในช่วงเดือนธันวาคมของทุกปีและมีช่วงเวลาในการรับสมัครทางอินเตอร์เนต(วิธีที่สะดวกที่สุด) ธันวาคมถึงกุมภาพันธ์  ในห้วงเดือนมีนาคมจะเป็นการรับสมัครโดยการไปยื่นใบสมัครด้วยตนเองเป็นการเก็บตกน้องๆที่ไม่ได้สมัครทางอินเตอร์เน็ต

 

โดยส่วนใหญ่แล้วจะใช้สถานที่ รร.นายเรืออากาศ ในการรับสมัคร ห้วงเดือน เมษายนถึงจะเป็นการสอบรอบแรกภาควิชาการ และตามมาด้วยรอบสองพลศึกษา ตรวจร่างกายและสัมภาษณ์ และเริ่มเข้าเรียนใน รร.เตรียมทหารประมาณปลายเดือนพฤษภาคม เป็นการก้าวเข้าสู่ชีวิตนักเรียนทหารอย่างภาคภูมิ 

 

 

 

เทคนิคในการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นนักเรียนเตรียมทหาร

R-top = Ready TO be Pre-cadet

 

1. ใช้ระยะเวลาในการเตรียมตัว 1 ปีขึ้นไป ทั้งทางด้านวิชาการและร่างกาย
2. เริ่มต้นตั้งแต่เดือน พฤษภาคม ทบทวนพื้นฐานทุกวิชาทุกเรื่องตั้งแต่ ม.1 – ม.3 จนเทอมแรกทุกคนจะต้องมีพื้นฐานที่ดีแล้ว ใช้เวลาช่วงเสาร์-อาทิตย์ ในการไปเรียนกวดวิชาตามสถานบันต่างๆ  ช่วง จันทร์ – ศุกร์ หาแบบฝึกหัดจากสถาบันต่าง (ไม่ใช่แค่ข้อสอบเก่าเตรียมทหาร) มาทำทุกวัน  ให้เวลากับการอ่านหนังสือเพื่อเข้าเตรียมทหารวันละ 2-3 ชั่วโมง  (เนื้อหา 70%  แบบฝึกหัด  30%)
3. ช่วงปิดเทอมตุลาคมเข้าคอร์สติวเข้ม  ทบทวนเนื้อหาและและแบบฝึกหัด  (เนื้อหา 50%  แบบฝึกหัด 50%)  เป็นช่วงที่จะได้มีโอกาสฝึกระเบียบวินัยไปพร้อมๆ กับเพื่อนๆ
4. ช่วงเทอมสองเป็นช่วงที่ต้องทำแบบฝึกหัดจากสถาบันต่างๆ ให้มากๆเกณฑ์  (เนื้อหา 30%  แบบฝึกหัด  70%) คะแนนจากการทดสอบในแต่ละครั้งจะต้องไม่เกิน 60% ถึง จะมีแนวโน้มที่จะสอบติด  เมื่อวิชาการผ่านเกณฑ์แล้วร่างกายก็ต้องอย่าให้ดรอปลง ต้อง วิ่ง ว่ายน้ำ  ดึงข้อ  เป็นประจำ  คุมน้ำหนักและความสูงให้อยู่ใน ต้องมีวินัยในการเรียนและออกกำลังกายเหมือนกับเทอมแรกนะครับ
5. ช่วงโค้งสุดท้าย  พื้นฐานต้องแน่นแล้วครับ  ทำโจทย์ทุกวัน วันละไม่ต่ำกว่า  200  ข้อเป็นอย่างน้อยในทุกๆ วิชา  ตลอดระยะเวลา 1 เดือนนะครับ  (เนื้อหา  10%  แบบฝึกหัด  90%)  ร่างกายต้องพร้อมอยู่เสมอด้วยนะครับ เตรียมการสำหรับท่าต่างๆที่ต้องใช้ในการสอบรอบสองไว้แต่เนิ่น

 

   


 

" ทางไปสู่เกียรติศักดิ์ จักประดับดอกไม้ หอมยวลชวนจิตไซร้ บ่มี "

 

มีน้องๆหลายคนถามถึงว่าพี่มีเทคนิคยังไงในการอ่านหนังสือ เทคนิคเหล่านี้น่าจะช่วยน้องๆในการเตรียมตัวสอบเตรียมทหารได้บ้าง

1. ตั้งเป้าหมาย(Goal) สร้างแรงบันดาลใจ และความมุ่งมั่น คิดถึงอนาคตที่สดใสในวันข้างหน้าที่จะได้แต่งเครื่องแบบอันทรงเกียรติ์ หน้าที่และความรับผิดชอบที่จะตามมาต่อครอบครัวและประเทศชาติ ก้าวเดินไปด้วยความมุ่งมั่นแล้วน้องๆจะสำเร็จตามที่หวัง

2. มีวินัย(Discipline) คือ น้องต้องวางแผนว่าจะอ่านหนังสือให้ได้เท่ากับจำนวนหน้าหรือจำนวนบทที่น้อง ได้กำหนดไว้ ในแต่ละวัน ถ้าทำได้ก็ให้รางวัลกับตนเอง เช่น ได้ดูละครหนึ่งเรื่องตอนกลางคืน อ่านการตูนสักเล่ม หรือพักผ่อนด้วยการเล่นเกมส์นิดหน่อย เป็นต้น

3. วางแผน(Plan) การวางแผนที่ดีนั้นสำคัญมาก เพราะทำให้เราเดินไปถูกทาง และเป็นการประหยัดเวลาในระยะยาวยกตัวอย่าง การสอบเตรียมทหารถ้าแบ่งทุกวิชาออกเป็นเปอร์เซนต์น่าจะได้ดังนี้ คณิต 30% วิทย์ 30% อังกฤษ 25% ไทย 7.5% สังคม 7.5% โดยประมาณ น้องอาจจะแบ่งเวลา ในหนึ่งสัปดาห์ คณิต 2 วัน วิทย์ 2 วัน อังกฤษ 2 วัน ไทยสังคม 1 วัน เป็นต้น

4. ไม่หักโหม(Not over) น้องๆ ไม่สามารถอ่านหนังสือได้เยอะเกินกำลังภายในเวลาอันสั้น อย่าวางตารางการอ่านให้แน่นเกินไป นอกจากจะทำไม่ได้ตามแผน ยังเป็นการกดดันตัวเองอีกด้วย แนะนำว่าอ่านทุกวัน วันละ 3 ชม. ส่วนเสาร์อาทิตย์ อาจจะเพิ่มเติมแล้วแต่เวลาที่ว่าง แต่ควรจะหาที่เรียนพิเศษเพิ่มเติม

5. ที่สงบเงียบและนั่งสบาย(Calm) บรรยากาศเหมาะกับการอ่านหนังสือ ไม่มีคนรบกวนซึ่งต้องแล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล เตรียมน้ำอัดลมกับขนมไว้ข้างกาย ก็ช่วยให้อ่านได้ดีขึ้นนะครับ

6. การขีดเส้น(Highlight)หรือเน้นข้อความที่สำคัญจะทำให้ช่วยจำได้ดีขึ้น เมื่อกลับมาอ่านทวน น้องก็จะรู้ว่าจุดไหนเป็นข้อมูลสำคัญ และใช้ทบทวนก่อนสอบได้ด้วย ใช้ปากกาสักสามสี เข้ามาช่วยให้การเน้นข้อความ บันทึกหรือโน๊ตส่วนสำคัญ

7. จัดเวลาอ่านหนังสือในช่วงเวลาที่เราพร้อมที่สุด(Time) บางคนจะจำได้ดีถ้าอ่านตอนเช้า บางคนเป็นตอนเย็น ก็ต้องสังเกตตัวเองดูกำหนดเป็นเวลาประจำทุกวัน เช่น ทุกวันเวลา 2 ทุ่ม – 5 ทุ่ม เป็นต้น

 

ดาวน์โหลดระเบียบการ 

 

เพียงเท่านี้  ถ้าน้องทำได้

ได้เป้นนักเรียนเตรียมทหารแน่นอน

อ.พี่เบิร์ด #rtopcadet เอาใจช่วยน้องๆ ทุกคนนะครับ

 

 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ facebook www.facebook.com/Rtop2013

 

**สถาบันกวดวิชาเข้าเตรียมทหาร R-TOP CADET**

 




สาระน่ารู้

R-TOP CONTEST article
เตรียมสอบนักเรียนจ่าอากาศ
เตรียมสอบนักเรียนจ่าทหารเรือ
เตรียมสอบนักเรียนนายสิบทหารบก
เตรียมสอบนักเรียนนายสิบตำรวจ
เส้นทางสู่นักเรียนช่างฝีมือทหาร
เส้นทางสู่ทหารหญิงทุกเหล่าทัพ
เตรียมสอบนายสิบทหารบก จ่าทหารเรือ จ่าอากาศ
คุณสมบัติผู้ช่วยพยาบาลทหาร-ตำรวจ
เรื่องสายตากับการสอบเข้าเป็น นตท.
เกณฑ์การสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร
คุณสมบัติของผู้สมัครสอบ นตท. article
ทำไมถึงต้องเป็นนักเรียน นตท. article



สถาบันกวดวิชา R-top Cadet รามอินทรา กม.2
Mobile: 090-0922435 Tel: 02-9715205

Copyright © 2013 All Rights Reserved.